Table of Content
ความเป็นชาติมีพื้นฐานจากประวัติศาสตร์
Table of Content
พูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมรแล้วนึกถึงว่าทำไมปูตินถึงตัดสินใจบุกยูเครน
เพราะปูตินไม่ได้เห็นยูเครนเป็นประเทศ
เขตแดนที่แบ่งแยกระหว่างรัสเซียกับยูเครนตอนนี้ ปูตินยังบอกเลยว่าเป็นความผิดของเลนินที่ตอนนั้นขีดเส้นมั่ว ๆ เพราะถึงจะขีดเส้นแบ่งตอนนั้นยังไง ยูเครนก็ยังเป็นของโซเวียตอยู่ดี
ไม่มีใครคิดว่าผ่านไปไม่ถึงเจ็ดสิบปี โซเวียตรัสเซียจะล่มสลาย
ที่เดาว่ายังไงปูตินก็ไม่ยอมเพิ่มวงไปบุกแถวประเทศบอลติก
- ประเทศแถบบอลติก ทั้งเอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย สามประเทศนี้มีประวัติศาสตร์มายาวนานพอ ๆ กับรัสเซียเอง
- ทั้งสามประเทศยังเคยประกาศเอกราชสำเร็จออกจากรัสเซียตอนช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โซเวียตทำสงครามยึดสามประเทศนี้กลับมาได้ตอนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็เก็บครอบครองได้ไม่นานก็ถึงยุคโซเวียตล่มสลาย
ปูตินไม่เคยพูดเลยว่าทั้งสามประเทศไม่ได้เป็น “ประเทศ” แต่สามารถเขียนบทความยาวเป็นห้าพันคำเพื่อที่จะอ้างให้ทุกคนฟังขึ้นว่า “ยูเครนไม่ใช่ประเทศ”
เขียนบทความตอน ก.ค. ปี 2021 อีกครึ่งปีกว่าก็ตัดสินใจบุกยูเครนแบบสเกลใหญ่
ถ้าใครสนใจก็ลองไปอ่านได้จากเว็บไซต์ของเครมลินเลย ถ้าศึกษาจริง ๆ เราก็แอบเห็นด้วยกับปูตินเรื่องว่าความเป็นประเทศของยูเครนดูคลุมเครือกว่าประเทศอื่นเช่นแถบบอลติกจริง ๆ แต่ข้ออ้างนั้นก็ไม่ได้ทำให้การบุกยูเครนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นมาเลเซียก็คงบุกสิงคโปร์ไปแล้ว
กลับมาเรื่องไทยกับเขมรสักนิดนึง ถ้าใครตามเกาะข้อถกเถียงประวัติศาสตร์สักนิด จะมีคนไทยบางส่วนที่ถือว่า “ขอมไม่ใช่เขมร”
เขมรเป็นพวกทาสที่ขอมเอามาจากชวาในยุคที่กำลังรุ่งเรือง สร้างปราสาทราชวัง แล้วมายึดอำนาจจากขอมทีหลังในยุคของพระเจ้าแตงหวาน
คนไทยบางส่วนถึงขนาดที่เอาข้อประวัติศาสตร์นี้มาดูถูกดูแคลนคนเขมรว่า เป็นพวกทาสปัญญาต่ำ ประเทศหลังขอมล่มสลายจึงเจริญมาได้ถึงแค่นี้
ถ้าพูดกันตามตรง ข้อประวัติศาสตร์เรื่องพระเจ้าแตงหวานก็คลุมเคลือพอ ๆ กับตำนานที่เล่าขานกันสืบมาเรื่อย ๆ ไม่ได้มีความน่าเชื่อถือที่จับต้องได้มากเท่าไหร่ ใครอยากศึกษาต่อก็ไปหาเอาเอง ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระนิดหน่อย
เรื่องที่ว่า “ขอมไม่ใช่เขมร” ไม่ได้เป็นข้อที่ทำให้คนไทยหลายส่วนดูถูกคนเขมรอย่างเดียว แต่ทำให้ปฏิเสธความภูมิใจของคนเขมรด้วยว่าประวัติศาสตร์ที่ยาวนานสุดบรรยายตั้งแต่สมัยขอมนั้น ความจริงไม่ควรจะเป็นของทาสเขมรแม่แต่นิดเดียว หลายคนยังพูดถึงด้วยว่าความจริงควรจะนับขอมว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย เพราะแผ่นดิน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างหลายอย่างที่มาจากสมัยขอม ตอนนี้ก็ตั้งอยู่ในไทยเยอะมาก
เรื่องประวัติศาสตร์เลยเป็นเรื่องที่กลายเป็นข้อตั้งหลักในการ justify “ความเป็นชาติ” ของแต่ละประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่มีค่าและทำให้โลกสงบสุขจนถึงทุกวันนี้นับแต่จบยุคคอมมิวนิสต์แผ่อำนาจเป็นต้นมา คือเรื่องดินแดนสมัยใหม่ที่ทุกคนดูจะยอมรับกันดีแล้ว
การทะเลาะกันเรื่องดินแดนไทย-กัมพูชาในครั้งนี้ ก็ขอให้ผ่านไปด้วยดี แต่ก็แอบนึกถึงตอนที่เวียดนามคิดจะบุกจีนในยุคของเติ้ง เสี่ยวผิง
ข้อที่คล้ายกันโดยความเห็นส่วนตัวของสองเหตุการณ์นี้คือ
- เวียดนามคิดว่าตอนนั้นเป็นช่วงวุ่นวายทางการเมืองของจีน เพราะเหมา เจ๋อตงเพิ่งตาย เติ้ง เสี่ยวผิงเพิ่งจะรวบรวมอำนาจก่อตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้ เขมรคงคิดแบบเดียวกับกับรัฐบาลแพรทองธารตอนนี้
- เวียดนามกับจีนเคยสนิทกันมาก่อนมาก เพิ่งจะมาตีกันหลังจากที่จีนกับโซเวียดแตกคอ โซเวียตเลยเชียร์ให้เวียตนามไปบุกจีน ไม่รู้ว่าความสนิทของฮุนเซนกับทักษิณจะมาเทียบกับอะไรแบบนี้ได้ไหม
พอนักข่าวไปสัมภาษณ์เติ้งในตอนนั้นว่าจะจัดการเวียดนามยังไง เติ้งบอกประโยคสั้น ๆ ว่า
“小朋友不聽話,該打打屁股嘍”
เด็กถ้าเริ่มไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ก็ต้องจับมาตีก้นละ
ก็อยากเห็นรัฐบาลไทยตีก้นเขมรสักทีสองที หมั่นไส้ จบการบรรยาย