Table of Content
บทบาทของพระมหากษัตริย์ต่อการเมืองไทยในยุคประชาธิปไตยหลังพ.ศ. 2475
Table of Content
ย้ำว่าเป็นทัศนะส่วนตัว ซึ่งส่วนตัวแอบไปในทาง royalist
- เพราะว่าประเทศไทย ตามหลักการคือปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นโดยทฤษฎี กษัตริย์จะยุ่งกับการเมืองไม่ได้
- โดยปกติเวลาเกิดรัฐประหาร ทหารจะพยายามไม่ให้ประชาชนโยงไปได้ว่ากษัตริย์เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นตามมารยาท ทหารจะไปเข้าเฝ้าพระองค์หลังจากยึดอำนาจเสร็จเรียบร้อยเท่านั้น
- ทีนี้มันมีข้อถกเถียงว่า ในเมื่อพระมหากษัตริย์ไม่สามารถยุ่งกับการเมืองได้ แล้วตอนที่มีรัฐประหาร พระองค์สามารถแทรงแซงไม่ให้ทำได้ไหม ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ร.๙ ไม่เคยยับยั้งการรัฐประหารเลย คือพอทหารรัฐประหารเสร็จก็ไปเข้าเฝ้า ท่านก็ทรงรับทราบ เพราะฉะนั้นการที่ท่านไม่ยับยั้งการรัฐประหารเป็นการสนับสนุนการรัฐประหารไหมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตอบคำถามเองแล้วกัน
- ในวิดีโอบอกว่าพระมหากษัตริย์สามารถแทรกแซงการเมืองได้ผ่านทหาร ผ่านองคมนตรี ผ่านศาล และก็ผ่านกลุ่มทุนใหญ่ เอาจริง ๆ คิดว่า เว่อร์เกินไป
- ความเห็นส่วนตัว ย้ำว่าส่วนตัว คิดว่า ร.๙ ไม่เคยสั่งทหารให้ยึดอำนาจใครโดยตรง ที่ทำรัฐประหารทุกครั้งที่ผ่านมาเป็นความคิดริเริ่มจากพวกทหารเองทั้งนั้นว่าควรทำ ต้องทำ
- องคมนตรี สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธว่าเป็นกลุ่มทหารเก่าที่บางส่วนก็เคยทำรัฐประหารมาก่อน แต่ความเห็นส่วนตัวก็ยังคิดว่า กลุ่มทหารเก่าที่ถูกแต่งตั้งมาเป็นองคมนตรีทั้งหมดคือวางมือจากอำนาจแล้ว ไม่มีทางกลับกัน ที่องคมนตรีจะลงไปเป็นทหารยึดอำนาจเอง
- เรื่องที่กษัตริย์สามารถควบคุมศาลได้ อันนี้ไม่ทราบ ปกติเป็นคนเคารพอำนาจตุลาการ เพราะถ้าอำนาจตุลาการบัดซบเมื่อไหร่ ประเทศก็ฉิบหาย (หรือตอนนี้ก็ฉิบหายอยู่แล้ว?)
- เรื่องสถาบันกษัตริย์กับกลุ่มทุนใหญ่ ไม่รู้ว่าจะมีความเกี่ยวข้องแค่ไหน ปกติทุนใหญ่จะมาบริจาคเงินให้กับสมาชิกราชวงศ์เป็นครั้งคราวอยู่แล้ว เช่น เครือซีพี ฯลฯ และในข่าวพระราชสำนักก็จะบอกว่าเพื่อนำไปใช้ในการกุศลตามอัธยาศัย แต่ไม่มั่นใจว่าการที่มีกลุ่มทุนบริจาคแบบนี้จะส่งผลต่อการเมืองแค่ไหน อย่างไร
- การพูดว่ากษัตริย์มาแทรกแซงการเมืองถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ๆ ในวิดีโอเลยมีแค่นักวิชาการชาวต่างชาติที่มาออกทฤษฎีเรื่องนี้ เพราะไม่มีคนไทยคนไหนกล้าโยงท่านลงมาตรง ๆ หรอก
- แต่โดยส่วนตัวก็ยังเชื่อเสมอว่า ร.๙ ไม่ได้ลงมาแทรงแซงการเมืองตรง ๆ ตลอดรัชสมัยพระองค์ท่าน แค่สามารถพูดได้ว่าพอใจหรือไม่พอใจอะไร (พูดง่าย ๆ ก็คือ ชี้นำได้)
- ในประวัติศาสตร์ ร.๙ ทรงแต่งตั้งนายกโดยตรงเองสองครั้ง คือหลังประท้วงใหญ่ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 กับหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 แต่ก็เป็นการแต่งตั้งนายกชั่วคราวเพื่อรอการเลือกตั้ง
- ช่วงที่ทหารกับ ร.๙ น่าจะสนับสนุนกันจริง ๆ น่าจะเป็นช่วงนายกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เพราะต้องอย่าลืมว่านับตั้งแต่ ร.๗ มา อำนาจของราชวงศ์เสื่อมมาก พอมา ร.๙ ที่กลับมาที่ไทยในช่วงนายกแปลก พิบูลสงคราม ในตอนนั้นนายกต้องการลดอำนาจของกษัตริย์ ถึงขนาดมีข่าวลือว่าแปลก พิบูลสงคราม กับ ร.๙ ไม่ลงรอยกัน พอช่วงนั้นมีข่าวโกงเลือกตั้งของนายกแปลก พิบูลสงคราม ทำให้สฤษดิ์ ธนะรัชต์ฉวยโอกาสยึดอำนาจพอดี ถ้าถามว่าตอนนั้น ร.๙ สนับสนุนแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ ต้องลองเดาดูเองละกัน
- อีกตอนที่คนน่าจะชอบพูดถึงมากที่สุดคือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 ที่ประชาชนประท้วงแล้วทหารยิงประชาชนตายเยอะมาก ร.๙ เลยเรียกแกนนำของทั้งสองฝ่ายมาคุยกันเพื่อหยุดความรุนแรง สุจินดา คราประยูรที่เป็นนายกทหารตอนนั้นถึงกับยอมลาออก
- ถ้าเรื่องที่เห็นด้วยจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่พยายามรักษาอำนาจผ่านวิธีการต่าง ๆ ซึ่งก็คือพวกทหารนั่นแหละ ทั้งตอนที่แก้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2560 ที่เพิ่มอำนาจให้มีศาลรัฐธรรมนูญที่ล้มนายกได้เลย ฯลฯ ถ้าให้เขียนเรื่องนี้น่าจะยาวมาก ขอยกไปเขียนวันอื่นละกัน
- สรุปก็คือ คิดว่าการบอกว่าพระมหากษัตริย์สามารถแทรกแซงการเมืองได้ผ่านทหาร ผ่านองคมนตรี ผ่านศาล และก็ผ่านกลุ่มทุนใหญ่ เอาจริง ๆ คิดว่า เว่อร์ แต่ถามว่าสามารถชี้ทางแนะนำได้ไหม อันนี้คือน่าจะได้