Table of Content

ความดีงามของการเลือกประธานาธิบดีโดยตรง

Table of Content

...

นี่รู้สึกว่าชอบระบบเลือกตั้งที่ไต้หวันมาก

ในโลกมีแค่ไม่กี่ประเทศที่มีระบอบแบบ semi-presidential ก็คือประธานาธิบดีเป็นอิสระจากสภานิติบัญญัติ ประธานาธิบดีมีหน้าที่แค่เลือกนายก นายกเป็นคนที่แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีต่อ สภานิติบัญญัติสามารถยื่นเสนอไม่ไว้วางใจนายกได้ พูดง่าย ๆ คือสภานิติบัญญัติสามารถถอดถอนนายกได้ ถ้านายกถูกถอดถอนสามารถไปขอประธานาธิบดีให้ยุบสภา ถ้าประธานาธิบดีไม่ยุบสภาก็แค่เปลี่ยนนายก แต่สภาจะไม่สามารถยื่นเสนอไม่ไว้วางใจได้เป็นเวลาหนึ่งปี (แต่ไต้หวันยังไม่เคยมีเคสที่ยื่นเสนอไม่ไว้วางใจสำเร็จ)

ตอนที่ไต้หวันมีเลือกตั้งทุกสี่ปีเลยจะมีบัตรลงคะแนนสามใบ ใบหนึ่งลงคะแนนเลือก ปธน. ใบที่สองเลือก สส. เขต ใบที่สามเลือก สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ทำไมรู้สึกว่าชอบระบบนี้มาก เพราะ

  1. ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเลือกได้ระหว่าง สส. เขตที่ตัวเองชอบ กับนโยบายระดับประเทศที่อยากให้เป็น เพราะ ปธน. มีอำนาจครบสี่ปี สภาโหวตคว่ำ ปธน. ไม่ได้ แต่โหวตคว่ำนายกได้ ซึ่ง ปธน. ก็สามารถเลือกนายกใหม่ได้อยู่ดี
  2. คล้าย ๆ กันคือ ปธน. เป็นคนที่ตั้งนายก ละนายกก็เป็นคนที่ตั้งคณะรัฐมนตรีอีกที เพราะฉะนั้นรายชื่อคณะรัฐมนตรีจะเป็นอิสระจากจำนวนเก้าอี้ สส. ไปเลย ก็เลยน่าจะหมดปัญหาเรื่องแบ่งเค้ก ว่าคณะรัฐมนตรีต้องแบ่งสัดส่วนตามที่นั่ง สส. ของแต่ละพรรคเหมือนที่ไทย

กรณีตัวอย่างในไต้หวันก็คือตอนปี 2024 ที่พรรค DPP ของไล่ชิงเต๋อชนะเสียงเลือกตั้ง ปธน. แต่ของที่นั่ง สส. พรรคก๊กมินตั๋งได้เสียง สส. เยอะกว่า คือ 52 ที่นั่ง ในขณะที่พรรค DPP ได้ 51 ที่นั่ง

ส่วนคณะรัฐมนตรีตอนนี้ ทุกกระทรวงคือ DPP ตั้งคนของตัวเองหมดเลย หรือไม่ก็มาจากพรรคอิสระ

ถามว่า แล้วระบบ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ ยังไม่พอหรอ นี่ก็แอบรู้สึกเหมือนกันว่าไม่พอ เพราะอย่างที่ไทย พอนายกสามารถถูกล้มด้วย สส. ได้ ก็ต้องมานั่งคิดเรื่องแบ่งเค้กที่นั่ง รมต. อีก (ซึ่งเอาจริงคิดว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยได้คนห่วย ๆ ขึ้นมาเป็น รมต. บางกระทรวง)

คือเคยนั่งคุยกับป๊าเรื่องเลือกตั้งปีหน้า ละป๊าไม่ชอบพรรคส้ม บอกว่าลงพื้นที่ค่อนข้างน้อย นี่เลยแอบรู้สึกว่า หน้าที่ สส.เขต ที่มาดูแลพี่น้องประชาชนในระบบท้องถิ่นจริง ๆ กับหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำหนดทิศทางของประเทศมันควรจะต้องแยกกันอย่างชัดเจนอ่ะ นี่ก็รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองก็ไม่อยากเลือก สส. พรรคส้มมาเป็น สส. เขตหรอก แต่ก็อยากให้พรรคส้มได้เก้าอี้ สส. มากพอที่จะทำให้สภาเลือกนายกที่เป็นพรรคส้ม and in the fucked-up general consequence –> ทำให้พรรคส้มได้เก้าอี้ สส. มากพอที่จะได้เก้าอี้ รมต. มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งสุดท้ายก็จะทำให้ดิชั้นเลือก สส. เขตเป็นพรรคส้มอยู่ดี (ชั้นไม่ได้กลับประเทศบ่อยอยู่แล้ว แล้วชั้นจะแคร์ว่า สส. เขตชั้นลงพื้นที่บ่อยทำไม? ก็ชั้นแคร์ทิศทางของประเทศโดยรวมมากกว่านิ)

ถ้าชั้นสามารถแก้กฎหมายได้ภายในดีดนิ้ว ชั้นก็อยากรู้ว่าระบบแบบไต้หวันจะเอามาใช้ในไทยละจะเวิร์คแค่ไหน ถ้าสมมติว่าบัตรเลือกตั้งมีสามใบ ใบหนึ่งเลือกนายก ใบที่สองเลือกสส.เขต ใบที่สามเลือกสส.ปาร์ตี้ลิสต์ นายกถูกเลือกจากประชาชนโดยตรง และนายกสามารถเลือกคณะรัฐมนตรีได้ตามใจชอบ อาจจะแตกต่างในรายละเอียดคือสภาสามารถโหวตคว่ำนายกได้ (เพราะไทยคงมี ปธน. ไม่ได้) แต่โหวตคว่ำได้แค่ปีละครั้งเหมือนของไต้หวัน ระหว่างหนึ่งปีแรกก็ให้นายกกับคณะรัฐมนตรีสุดเจ๋งของเขาได้แสดงฝีมือ โดยที่ไม่ต้องเลือก รมต. ตามจำนวน สส. ของแต่ละพรรค (มันจะดีไหมนะ)

Nutchanon J's Stories

รวมบทความของนิสิตคณะวิศวะฯ คนหนึ่งในจุฬา ที่เรียนภาคไฟฟ้า

Powered by Bootstrap 4 Github Pages