Table of Content

ขอเขียนอะไรขวาจัดหน่อยสักนิดก็แล้วกัน

Table of Content

...

คือส่วนตัวก็ไม่ได้เบียวทหารอะไรหรอก ไปเรียน รด. ก็เรียนแบบโง่ ๆ ยิงปืนสิบนัดเข้าเป้านัดเดียว วิดพื้นก็วิดไม่เป็น ให้ไปรบจริง ๆ น่าจะตายตั้งแต่ก้าวแรกที่วิ่งออกมาจากหลุมหลบ

ละถ้าเอาจริง ๆ ถ้าตอนนี้เป็นคนที่อยู่แถบชายแดน ละต้องหนีมานอนที่ศูนย์อพยพสักหนึ่งอาทิตย์ ก็คงทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

แต่ถ้ามองในมุมมหภาค (aka มองมาจากหอคอยงาช้าง) ตอนนี้เทรนด์ของทั้งโลกก็กำลังไปทางขวาอยู่ดี

ส่วนตัวคิดว่าโลกนี้ไม่ได้หมุนไปด้วยความเมตตาที่ค้ำจุนโลก แต่หมุนได้ด้วยความกลัว

ถ้าหลักการต่างตอบแทน (reciprocal) มันเวิร์คจริง ๆ สงครามที่กาซาคงไม่บานปลายขนาดนี้

ตอนช่วงที่ฮามาสถล่มอิสราเอสแบบสายฟ้าแลบ ปี 2023 คนตายไปพันกว่า

นั่งคำนวณว่า ทุกครั้งที่กาซาตัดสินใจล่อตีนอิสราเอลด้วยจรวดทำเอง คนอิสราเอลจะตายประมาณหลักสิบ คนกาซาจะตายประมาณหลักพัน เพราะอิสราเอลถล่มกลับแน่ ๆ

ตอนนั้นเลยคิดว่า ถ้าใช้หลักการคูณร้อย เทียบบัญญัติไตรยางค์ แสดงว่าครั้งนี้ (ล้างแค้นปี 2023) อิสราเอลเอาคนกาซาตายเรือนแสนแน่

ก็คิดในใจว่าเนทันยาฮูจะกล้าจริงไหม ปรากฏว่าถึงตอนนี้ฝั่งนั้นก็ตายไปแล้ว 70000

ไม่ได้บอกว่าสะใจ ความจริงรู้สึกเศร้าด้วยซ้ำที่คนตายเยอะขนาดนี้

But this is how the world works

เอาจริง ๆ ก็ไม่เห็นว่าเนทันยาฮูจะแคร์อะไรเรื่องมนุษยธรรม ปากก็บอกว่าต้องการให้คนตายน้อยที่สุด ถ้าฟังนางให้สัมภาษณ์นางจะบอกประมาณนี้ทุกครั้ง อารมณ์พอ ๆ กับปูติน ใครฟังสัมภาษณ์ทั้งสองคนนี้บ่อย ๆ จะรู้ว่า สองคนนี้รับคำถามจากนักข่าวฝั่งตะวันตกทุกคำถามนะ ต่างจาก ปธน. สหรัฐหรือผู้นำจีนลิบลับ แต่สองคนนี้ถ้าคำถามจี้มา เช่น ทำไมถึงบุกยูเครน ทำไมคนตายที่กาซาเยอะขนาดนี้ ทั้งสองจะตอบอ้อมแบบที่สุดท้ายนักข่าวก็ไม่ได้อะไรมากอยู่ดี

คนนึงจบ MIT อีกคนนึงเคยเป็น KGB ไม่รู้ว่าคุณธรรมดีแค่ไหน แต่ไม่โง่แน่ ๆ

โลกนี้ไม่ได้หมุนรอบ reciprocal (ถ้าอินพุทธศาสนาหน่อยก็ขอใช้คำว่า สมานัตตตา)

แต่โลกนี้หมุนรอบด้วยคำว่า “แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าแม่งจะไม่ล่อตีนกูอีก”

สงครามโลกครั้งที่สองจบ ญี่ปุ่นโดน nuke ไปสองลูก เยอรมันถูกโลกแบ่งประเทศเป็นสี่ซีก

ตึกแฝดถล่ม อิรักโดนสอย คนตายในสงครามเยอะกว่าในตึกที่ถล่มเป็นหลายเท่า แถมสุดท้ายอิรักกลายเป็นประเทศระส่ำระส่าย เกิด ISIS ขึ้นมาใหม่อีก

สงครามอิสราเอลกับกาซา ก็เหตุผลพอ ๆ กัน มี Intifada ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ยันก่อตั้งฮามาส

สงครามรัสเซียยูเครน ฝั่งรัสเซียก็ไม่ยอม ฝั่งยุโรป โดยเฉพาะพวกที่เคยอยู่ใต้ iron curtain นี่ยิ่งไม่ยอม

และอื่น ๆ อีกมากมาย

เวียดนามมายึดเขมรเกือบสิบปีหลังเขมรแดงล่มสลาย เพราะเขมรแดงเสือกไปล่อตีนเวียดนาม ไปฆ่าข่มขืnชาวบ้านตายเป็นพัน

กว่าจะยอมคายเขมรออกมา คือตอนที่เวียดนามอยากเปิดประเทศเข้าสู่ประชาคมโลก ไม่อยากโดนคว่ำบาตรแล้ว (นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเวียดนามถึงเข้าอาเซียนเป็นลำดับท้าย ๆ) ถ้าไม่โดนกดดันก็เดาว่าน่าจะยังยึดเขมรอยู่

เอาจริง ๆ ตอนนี้คิดว่าโจทย์ที่สำคัญที่สุดที่อยากเอากลับไปคิดก่อนนอนมีสองเรื่อง คือ

  1. ทำยังไงให้เขมรไม่มาวางทุ่นระเบิดล้ำเข้ามายังเขตไทยอีก
  2. ถ้ามีความขัดแย้งขึ้นมาอีก ทำยังไงให้เขมรไม่มี BM-21 มายิงไทยมั่ว ๆ ซั่ว ๆ แบบนี้

ว่าเอาตามความจริงนะ เรื่องที่ต้องเกรงใจทรัมป์อ่ะ เห็นด้วยครึ่งไม่เห็นด้วยครึ่ง เพราะเอาจริง ๆ เรื่องนี้มันแอบประสาทแดก ลองนึกถึงเซเลนสกี้ที่ไปขออาวุธทรัมป์ละทรัมป์ก็ชักเข้าชักออก เปลี่ยนใจรายอาทิตย์

คนที่บอกว่าอนุทินไปคุยกับทรัมป์ไม่รู้เรื่อง คิดว่าทรัมป์น่าจะคุยกับอนุทินไม่รู้เรื่องมากกว่า ที่เขียนว่าทหารไทยตายเพราะอุบัติเหตุ ไทยเลยโต้โดยเอาเครื่องบินไปบอมบ์ ไม่รู้ว่าเขียนลงไปได้ยังไง ไปฟังมาจากไหน ละมาเสนอหน้าเป็นอนุญาโตตุลาการ กรุณาไปเรียนมาใหม่กับ Erdoğan นะ

เอาว่า สงสารทหารไทยที่ต้องตาย กับประชาชนที่ต้องหนีออกจากบ้าน แต่ขออนุญาตอยู่เป็นฝ่ายขวาจัดสักครั้ง ละให้โจทย์กับรัฐบาลหน้าว่า

“แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าแม่งจะไม่ล่อตีนกูอีก”

อยากได้วิธีที่ most thermodynamically efficient ที่สุด แบบที่คนตายน้อยสุด เศรษฐกิจเสียหายน้อยสุด คนไทยคนเขมรกลับมารักกันได้ จูบปากกันได้ ฝากให้รัฐบาลหน้าคิดนะ

Nutchanon J's Stories

รวมบทความของนิสิตคณะวิศวะฯ คนหนึ่งในจุฬา ที่เรียนภาคไฟฟ้า

Powered by Bootstrap 4 Github Pages