Table of Content

ว่าด้วยเรื่องคนข้ามเพศ และคำนำหน้าชื่อ

Table of Content

...

ช่วงนี้มีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เลยไปอ่านข้อมูลมานิดหน่อย

โดยส่วนตัว ไม่ได้ติดอะไรถ้าคนข้ามเพศจะใช้คำนำหน้า นาย นาง นางสาว ตามที่เพศสภาพตัวเองอยากจะใช้ เพราะบางประเทศแถบยุโรปก็เปลี่ยนกฎหมายคำนำหน้านี้มานานแล้ว อย่างของ UK ก็ใช้สิทธิ์คนข้ามเพศจะใช้คำว่านาย นาง หรือนางสาวลงในเอกสารราชการหรือพาสปอร์ตได้หมด ตราบได้ที่ไม่ได้ใช้คำนำหน้าที่กฎหมายไม่อนุญาต เช่น ตำแหน่งท่านเซอร์ ตำแหน่งราชวงศ์ อะไรแบบนี้

แต่ที่สงสัยก็คือ ทำไมประเทศพวกนั้นไม่ได้มีปัญหาตอนที่แก้กฎหมายเรื่องคำนำหน้านี้เท่าไหร่ เอาจริง ๆ คือคิดว่าเป็นกฎหมายนี้แก้ง่ายกว่าสมรสเท่าเทียมด้วยซ้ำ เท่าที่อ่านในกลุ่มคนไทยที่ต่อต้านการใช้คำนำหน้าไม่ตรงกับเพศสภาพกำเนิดน่าจะมีอยู่หลัก ๆ สองเรื่องคือ

  1. เรื่องการรักษาพยาบาล ถ้าไม่รู้เพศกำเนิด แพทย์อาจจะให้การรักษาได้ลำบาก
  2. เรื่องปิดบังความจริงกับคู่รัก

คือในประเด็นแรก เรื่องการรักษาพยาบาล เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในประเทศที่ให้สิทธิ์เลือกคำนำหน้าแบบเสรี ถึงขนาดในบัตรประชาชนหรือสูติบัตรก็ยังเปลี่ยนคำนำหน้าตัวเองได้ ตอนนั้นมีบุคลากรทางแพทย์มาประท้วงเรื่องนี้เยอะแค่ไหน หรือจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร (แต่จริง ๆ ก็มีอยู่ ดังเช่นที่ได้แสดงในเปเปอร์นี้) แต่เอาเป็นว่ากฎหมายก็แก้แล้ว และถ้าไม่มีใครคิดว่าการกลับไปใช้กฎหมายเดิมจะเป็นการแก้ปัญหา ก็เอาเป็นว่าจบกันไป

ประเด็นที่สองที่ดูแล้วน่าจะใหญ่กว่า น่าจะเป็นเรื่องของการปิดบังความจริงกับคู่รักตัวเอง เรื่องนี้เอาจริง ๆ ในต่างประเทศก็มีข่าวเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นในคดีนี้ ที่ศาลอังกฤษตัดสินเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว มีชายข้ามเพศเป็นหญิง ได้เริ่มคุยกับหนุ่มคนหนึ่งในโลกออนไลน์ แต่ปิดบังว่าตัวเองเป็นชายที่ข้ามเพศเป็นหญิง ตัวเองใช้สรรพนามว่านางสาว แต่ยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ อยู่มาวันหนึ่งหลังจากที่คบได้หนึ่งเดือน ก็ได้เจอกันและได้มีเพศสัมพันธ์กัน ฝ่ายชายกำลังจะจับไปที่อวัยวะเพศของฝ่ายชายที่ข้ามเพศเป็นหญิง แต่ชายที่ข้ามเพศเป็นหญิงคนนั้นปฏิเสธก่อนแล้วบอกว่าตอนนั้นกำลังมีประจำเดือน ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นฝ่ายชายไปรู้ความจริงมาจากไหน เลยเอาเรื่องนี้ไปฟ้องศาล ว่าตัวเองเป็นเหยื่อถูกข่มขืน ศาลมีคำสั่งให้จำคุกชายที่ข้ามเพศเป็นหญิงคนนั้นเป็นเวลา 21 เดือน

เรื่องนี้มีความเห็นสองฝ่ายที่ค่อนข้างแตกต่างมาก (อยากอ่านความเห็นกลุ่มคนทรานส์ ให้ไปอ่านกระทู้นี้ แต่ถ้าอยากอ่านความเห็นคนทั่วไป ให้ไปอ่านกระทู้นี้) (เอาจริง ๆ ก็อยากอ่านแบบเป็นกลาง แต่ก็อารมณ์เสียอย่างบอกไม่ถูก 555) ถ้าเอาความเห็นส่วนตัวเราก่อน เราคิดว่าการแยกว่าเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นว่าเป็นการข่มขืนหรือไม่ มีข้อพิจารณาข้อเดียวใหญ่ ๆ เลยคือเรื่องความยินยอม (consent) เหมือนกันกรณีของหมอนวดไทยที่เยอรมนี ไปจับอวัยวะเพศลูกค้าแล้วบอกว่าอยากให้ชักว่าวให้ไหม สรุปสุดท้ายต้องเสียค่าไกล่เกลี่ยให้กับลูกค้าชายคนนั้น ทั้ง ๆ ที่ความจริงปัญหานี้แก้ได้นิดเดียวถ้าลองถามเขาก่อนว่าอยากไหม

แต่ประเด็นซับซ้อนของความยินยอม (consent) คือการได้มาของการยินยอมนั้น ถ้าการยินยอมนั้นได้มาเนื่องจากอีกฝ่ายปิดบังหรือโกหกอะไรบางอย่าง การยินยอมนั้นจะยังยอมรับได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นถ้าฝ่ายหนึ่งปกปิดว่าตัวเองมีโรคทางเพศสัมพันธ์ ถ้าอีกฝ่ายรู้ทีหลัง ก็คงจะไม่ยินยอมมีเพศสัมพันธ์กับคนนั้น หรือถ้าอีกฝ่ายหลอกว่าตัวเองเป็นคนมีเงิน มีทรัพย์สิน เพื่อล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์กับตัวเอง ถ้าอีกฝ่ายรู้ทีหลังจะยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยหรือไม่

ประเด็นที่มีการถกเถียงกันจริง ๆ เลยคือ โกหกแค่ไหนถึงจะผิดกฎหมาย โกหกเท่าใดถึงจะติดคุก แต่ที่แน่ ๆ ศาลอังกฤษตัดสินแล้วว่า การปกปิดเรื่องตัวเองเป็นคนข้ามเพศเพื่อลวงไปมีเพศสัมพันธ์มีโทษถึงติดคุก ก็ถึงว่าจบ อย่าไปหาทำ

ที่สำคัญต่อมาก็คือ ถ้าไม่ใช่แค่เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องของการหาคู่ครองในอนาคต ถ้าปิดบังเรื่องเพศสภาพตอนเกิด ถือว่าผิดไหม

เรื่องนี้มีคนหนึ่งที่ให้ความเห็นได้ดีมาก เลยขอเขียนไว้ในนี้ประมาณหนึ่ง เขาถือว่าการหาคู่ครองคือการใช้เวลาเรียนรู้ระหว่างกัน และเรื่องที่ปกปิดขึ้นอยู่กับว่าตั้งใจปกปิดหรือเปล่า (lies by omission) ยกตัวอย่างเช่นสมมติว่านาย A เคยสำส่อนมาก่อนที่จะเจอนางสาว B ถ้านาย A รู้ว่านางสาว B ไม่น่าจะติดขัดอะไรที่ตัวเองเคยสำส่อนมาก่อนที่จะเจอเธอ นาย A ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่พูดอะไร แต่ถ้านาย A รู้และทราบแก่ใจว่านางสาว B ติดขัดแน่ ๆ ที่จะร่วมอนาคตไปกับคนที่เคยสำส่อนในอดีตมาก่อน แต่นาย A ก็จงใจที่จะปิดความลับของตัวเองต่อไป อันนี้ถือว่านาย A ผิดชัดเจน สองกรณีนี้แยกได้ง่ายมาก คือถ้าเมื่อไหร่ที่นางสาว B ต้องการรู้ความจริงเรื่องนี้ นาย A สะดวกที่จะบอกไปเลยหรือไม่ หรือมีแนวโน้มที่จะบ่ายเบี่ยง หรือโกหกไปเลย แต่เรื่องยากในความสัมพันธ์ก็คือ แล้วนาย A จะรู้ได้อย่างไรว่านางสาว B ติดขัดหรือไม่ติดขัดถ้าตัวเองเคยสำส่อนมาก่อน (ถ้าอยากให้สนุกมากขึ้น ลอง brainfuck ตัวเองด้วยการเปลี่ยน A เป็นผู้หญิง และเปลี่ยน B เป็นผู้ชาย ละลองคิดกับตัวเองว่ายังเห็นด้วยอยู่ไหม)

เอาจริง ๆ ในกลุ่ม reddit ที่ชื่อว่า change my view ซึ่งเป็นกลุ่มที่คนตั้งกระทู้ชอบตั้งหัวข้อที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แล้วให้คนอื่นลองมาเถียงดู หัวข้อหนึ่งที่ไปอ่านคือ มันโอเคหรือเปล่าที่คนข้ามเพศจะปิดบังเรื่องเพศสภาพตอนเกิดกับคู่รักที่กำลังจะแต่งงานด้วย แน่นอนว่าสิ่งที่น่าจะเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดเป็นเรื่องแรกที่สุด คือถ้าฝ่ายตรงข้ามอยากมีลูก ลูกเชิงชีววิทยา มีสายเลือดของตัวเอง ยังไงก็มีปัญหาแน่สิ แต่คนตั้งกระทู้ก็บอกว่า งั้นก็โกหกต่อสิว่าตัวเองเป็นคนมีบุตรยาก เรื่องนี้มีปัญหาสองอย่างสำหรับเรา อย่างแรกคือ การอยู่กินกันฉันสามีภรรยา เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องจิปาถะไม่ควรจะโกหกกันเลยด้วยซ้ำ (ค่านิยมส่วนตัวของเราคือถ้ารักกันจริง อย่าโกหก) กับปัญหาที่สองที่คนมาเถียงต่อ คือ ถึงจะโกหกเรื่องนี้ยังไง สุดท้ายก็ต้องบอกความจริงอยู่ดี เช่นถ้าสมมติว่าคู่รักเขาพาคนนั้นไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาความมีบุตรยากล่ะ? แล้วจะโกหกอะไรต่ออีก

ขออนุญาตยกประโยคอีกความเห็นที่ถูกใจเอามาเลยละกันค่ะ: กระทู้ต้นทาง

Real love is finding someone who loves you for who you are.

So, for me, the real question is not “Is not telling lying?”, it is “Would I be okay being with someone who might not love me if they knew my truth?”

And that is a hard “No” for me.

ถ้าจะขอสรุปย่อหน้าสุดท้าย เรื่องคำนำหน้าของบุคคลข้ามเพศเป็นเรื่องที่เราไม่ติดขัดอะไรเลยจริง ๆ เพราะต่างประเทศบางประเทศก็อนุญาตแล้ว แต่เรื่องที่เป็นความยุ่งยากที่เกิดจากบุคคลข้ามเพศ ซึ่งยังมีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เขียน เช่น เรื่องเข้าห้องน้ำแยกเพศ เรื่องแข่งกีฬา เรื่องขังคุกจะเอาไปขังคุกชายหรือคุกหญิงดี ฯลฯ ก็ให้กฎหมายหรือการบวนการต่าง ๆ เป็นผู้ที่ตัดสินใจไป แต่ในที่สุด เชื่อว่าโลกนี้จะอยู่อยากมีความสุข ถ้าทุกคนเอาใจเขามาใส่ใจเรา (พี่บอกว่าพี่ไม่บอกเขาเรื่องข้ามเพศคือเรื่องที่โอเค แต่ถ้าคนรักพี่เขาปิดบังเรื่องอื่น เช่น เรื่องโรคหรือเรื่องหนี้สิบล้านที่บ้าน พี่โอเคหรอคะ) และเคารพซึ่งกันและกันค่ะ

Nutchanon J's Stories

รวมบทความของนิสิตคณะวิศวะฯ คนหนึ่งในจุฬา ที่เรียนภาคไฟฟ้า

Powered by Bootstrap 4 Github Pages