Table of Content

ก็ยังรู้สึกว่าชอบฟังเพลงจาก mp3 อยู่ดี

Table of Content

...

เรื่องความหัวโบราณของตัวเอง คิดว่ามีอยู่ด้วยกันหลายเรื่อง แต่หนึ่งในนั้นคือเรื่องการฟังเพลง

ถ้าให้พูดตามความจริง ที่ไม่รู้ว่ามีส่วนมากแค่ไหนรึเปล่า คือการที่ตัวเองมีพี่สาวสองคนที่อายุห่างกันมากประมาณ 8 ปี เพราะฉะนั้นรสนิยมการฟังเพลงบางอย่าง หรือการดูอนิเมะก็ตาม จะคล้อยไปตามพี่สาวอยู่ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งถ้าให้ยอมรับตามความจริง ตัวเองก็ไม่ได้มีอารมณ์จะตามเพลงอะไรใหม่ ๆ เท่าไหร่ หลาย ๆ เพลงที่เป็นเพลงไทยที่ฟังก็จะอยู่ในยุคแบบ วัชราวลี เล้าโลม พอส กามิกาเซ่ ฯลฯ พูดง่าย ๆ คือ รสนิยมการฟังเพลงจะย้อนหลังจากวัยตัวเองไปประมาณสิบปี

อีกเรื่องนึงน่าจะเป็นเรื่องของวิธีการฟังเพลง ถ้าให้พูดกันตามตรงคือ ตอนสมัย ม. ต้นเป็นคนที่อยากฟังเพลงอะไรก็โหลดเก็บไว้เป็นไฟล์ mp3 เข้าเครื่องโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าเริ่มตอนปี 2013 ละก็เก็บเพลงเข้าโกดังเข้ามาเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเริ่มได้ยินพวก Spotify หรือ Apple Music อะไรเทือกนั้นประมาณปี 2015 ช่วงที่ขึ้น ม.3 แต่ก็ยังรู้สึกว่าทำไมเราต้องจ่ายตังเพื่อฟังเพลงกันด้วยนะ 555 ในสมัยนั้นที่ตัวเองยังไม่มีบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตใด ๆ การใช้จ่ายพวกนี้ยังเป็นเรื่องยาก บวกกับแนวคิดการจ่ายตังฟังเพลงในตอนนั้น จำได้ว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับตัวเองมากในตอนนั้น ก็เลยยังคงใช้วิธีโหลดเก็บไว้เป็นไฟล์ mp3 ต่อไป

ละนี่เป็นคนที่โรคจิตประมาณนึง คือทุกไฟล์ mp3 จะต้องมานั่งเขียน metadata ว่านักร้องคือใคร อัลบั้มอะไร เป็นเพลงที่ออกปีไหน ละก็มานั่งแก้ชื่อไฟล์ เป็นงานอดิเรกที่แดกเวลาชีวิตมาก แต่ก็ยังทำ

เวลาผ่านไปถึงช่วงปี 2019 ที่ตัวเองเริ่มเข้ามหาลัย ตอนนั้นเริ่มมีบัตรเดบิตของตัวเอง เลยตัดสินใจว่า ฉันอยากลองสนับสนุนศิลปินที่รักในชีวิตสักนิด ตามกำลังทรัพย์ที่ฉันมี เลยตัดสินใจสมัคร Spotify เป็นครั้งแรก ละก็ชวนเพื่อนรวมมาเป็นกลุ่ม นับจากวันนั้นการโหลดไฟล์ mp3 เก็บเข้าโกดังก็เป็นอันสิ้นสุดไป

ข้อดีงามของ Spotify ที่ทำให้ชอบจนถึงวันนี้คือการแนะนำเพลงใหม่ที่เราน่าจะชอบนี่แหละ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันรู้จริตของเราขนาดนี้ได้ยังไง ชอบเพลงไหนก็ใส่ playlist เก็บไว้ เพลงภาษาจีน ญี่ปุ่น รัสเซียที่เพราะ ๆ แต่น่าจะหาเองไม่เจอ ก็มาจาก Spotify ทั้งนั้น

แต่ใช่ว่า playlist mp3 นั้นจะไร้ค่าไปเลยสักทีเดียว เพราะตอนที่อยากฟังเพลงหน้าคอม บางทีก็กลับไปฟังเพลงที่อยู่ในโกดังตัวเองที่เก็บไว้แบบออฟไลน์ นี่รู้สึกว่าถึงแม้ว่าจะเป็นเพลงเดียวกัน อะไรก็เหมือน ๆ กัน แต่ฟังเพลงแบบออฟไลน์แล้วมันให้ความรู้สึกเหมือนย้อนวัยกลับไปช่วง ม.ต้น หรือรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนรถยนต์ตอนไปเที่ยวสมัยก่อน ที่เวลาอยากฟังเพลงอะไรก็ต้องโหลดเก็บไว้เข้าแฟลชไดรฟ์ มันเป็นความรู้สึก serene แบบที่บอกไม่ถูกเหมือนกัน

ผ่านมาจนถึงปีที่แล้ว (2025) ไปรื้อคอมเก่า (โน้ตบุ๊ค) ที่ได้คืนมาจากพี่สาว เป็นคอมเกมมิ่งที่ตัวเองเคยซื้อมาตอน ม.5 แต่ทำสนธิสัญญาแลกคอมกับพี่สาวเพราะคอมตัวนี้หนักเกิน เวลาผ่านไป คีย์บอร์ดของคอมตัวนี้พัง เลยไม่มีใครใช้ ก็เลยแบกคอมตัวนี้กลับมาที่ไต้หวันแล้วใช้เป็นคอมตั้วโต๊ะอยู่นิ่ง ๆ ปรากฏว่าไปเจอไฟล์เพลง mp3 ที่ทั้งหม่าม้าและพี่สาวโหลดเก็บมาไว้ ก็เลยขโมยมาเอาเข้า playlist mp3 ของตัวเองมาสักนิด

แต่ก็เก็บไว้ปีกว่า กว่าจะได้มาจัดไฟล์ลงโกดังของตัวเองจริง ๆ ละก็ค้นพบว่าตัวเองไม่ได้อัพเดทเพลงไทยใหม่ ๆ มาตั้งนาน น้าน นาน นานมากแล้ว คือตั้งแต่ปี 2019 ก็ไม่ได้ฟังเพลงไทยใหม่ ๆ เลย ไม่สิ ก็คือฟังบ้าง แต่ไม่ได้โหลดลงคอมจริงจัง ละถ้าเอาตามความจริงคือรู้สึกแบบนี้แรงสุด ๆ ตอนที่เป็นผู้ช่วยสอนคลาสภาษาไทยที่ไต้หวัน แล้วนักเรียนเอาเพลงของ ATLAS มาให้ฟัง ละเราไม่รู้จักชื่อวงด้วยซ้ำ หรือถ้ารู้จักก็ได้ยินแบบผ่าน ๆ ว่าถ้าให้พูดตามตรงก็คือ ถ้าอยู่ ๆ ดี ๆ เอาเพลง “จะรักหรือจะร้าย” ของ Klear ละถามนักเรียนคนนั้นว่ารู้จักไหม คงจะเป็นการโชว์แก่พอสมควร เพราะนักเรียนคนนั้นเกิดปี 2005 (เหตุเกิดจากนักเรียนถามกลับว่าพี่เกิดปีอะไรละบอกว่าปี 2000)

กลับไปฟังเพลงใหม่ (ที่น่าจะไม่ใหม่แล้วถ้านับว่าเพลงที่ออกมาตอนปี 2020 คือเพลงเก่า) แล้วก็รู้สึกว่าวงการเพลงไทยเปลี่ยนไปเยอะ เพลงที่เพราะก็เพราะน่าฟังขึ้นมาก 555 เอาเป็นว่าถ้ามีเวลาก็คงกลับมาอัพเดทโกดังเพลงของตัวเองอีกที เพราะก็มีหลายเพลงเหมือนกัน ทั้งไทยและเทศ ที่ตัวเองอยากฟังแต่ไม่มีใน Spotify ก็อยากจะเอาเพลงพวกนั้นเก็บไว้เป็นไฟล์ physical มากกว่าที่จะฝากระบบสตรีมมิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ทั้งหมดมาจัดการให้เราอย่างเดียว

ส่งท้าย ความจริงแล้วอีกเหตุผลนึงที่มาให้ Spotify เพราะแน่นอนว่าการโหลด mp3 มาเก็บแม่งเป็นเรื่องที่เสียเวลาชีวิตมาก แต่ประมาณสามวันที่แล้ว Spotify ล่มช่วงประมาณเที่ยงคืน จนตีห้าเพิ่งกลับมาใช้ได้ เลยแอบคิดในใจว่าโหลดเพลงเก็บมาเป็นของตัวเองด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่ …


  說到我有點老派,我覺得有很多方面,其中之一就是我的音樂品味。

說實話,雖然我不確定這有多大影響,但我有兩個比我大八歲的姊姊。所以,我的音樂和動漫品味的方面都和她們比較接近。坦白講,我不太常追新歌。我聽的很多泰國歌都是像Watcharawalee、Pause、Kamikaze等歌手那個年代的。簡單來說,我的音樂品味比我的年齡落後了大約十年。

還有一點就是我的聽歌方式。說實話,國中的時候,我會把想聽的歌都下載成MP3檔案放到手機裡。我記得大概從2013年開始,慢慢地把想聽的歌加進去,直到2015年左右,就是我國三的時候,才開始聽說Spotify和Apple Music。即使那時,我還是不明白為什麼聽音樂還要付費,哈哈哈。那時候我沒有金融卡或信用卡,所以付款很不方便。再加上當時聽音樂還要付費這個概念很難理解。所以我繼續下載音樂,然後儲存成MP3檔。

而且我有點強迫症;每個MP3檔案我都要添加歌手、專輯和發行年份等元數據。這真是個很花時間的嗜好,但我還是堅持做了。

大約在2019年,我上了大學,有了自己的金融卡,決定在力所能及的範圍內支持我喜歡的歌手。於是我第一次註冊了Spotify,並邀請朋友們一起加入Spotify Family Plan。從那天起,我就不再下載MP3檔案。

Spotify最讓我喜歡就是它會根據我的喜好推薦我可能會喜歡的新歌。我不懂它怎麼這麼了解我的喜好。那些我自己可能找不到的優美中文、日文和俄文歌曲,都是從Spotify上找到的。

但這並不代表這些MP3播放清單就完全沒用。因為有時候我想在電腦上聽歌,就會從離線音樂庫裡的歌來聽。感覺就像,即使歌曲一樣,離線聽歌卻能給我一種懷舊的感覺,就像回到國中時代,或者以前坐車旅行,想聽的歌都得下載到隨身碟裡。那種感覺很平靜,難以言喻。

然後,去年(2025年),我翻出了從姐姐那裡拿回來的舊電腦(筆記型電腦)。那是我高中時買的遊戲電腦,但因為這台太重,所以我和姐姐交換了電腦。後來鍵盤壞了,就沒人用了。我把它帶回台灣,當台式機用。我發現媽媽和姐姐都下載並保存了一些MP3文件,所以偷了一些加到我自己的MP3倉庫裡。

但我把它們保存了一年多才最終整理成自己的音樂庫。我意識到,我的泰語歌曲收藏已經很久很久沒更新了。真的,很久很久,從2019年就沒更新過了。說實話,我在台灣當泰語課助教的時候,當時有個學生放了ATLAS的歌。我甚至不知道這個樂團的名字,或者即使知道,也只是略知一二。

回去聽了一些比較新的泰國歌曲(如果把2020年發行的歌曲算新歌),感覺泰國樂壇變化很大。總之,如果時間允許,我可能會再更新我的音樂庫,因為有很多我想聽的歌曲,包括泰國歌和國際歌,Spotify上都沒有。我寧願把這些歌保存成實體檔案,也不想依賴一個我無法完全掌控的串流媒體系統。

最後,我轉用Spotify的另一個原因當然是,下載MP3太浪費時間了。但大概三天前,Spotify在午夜左右宕機,直到早上5點才恢復,所以我暗暗覺得,下載一些歌曲保存下來也未嘗不可。

Nutchanon J's Stories

รวมบทความของนิสิตคณะวิศวะฯ คนหนึ่งในจุฬา ที่เรียนภาคไฟฟ้า

Powered by Bootstrap 4 Github Pages