ประชาธิปไตยของไทยมาถึงจุดนี้ได้ยังไง
(ปล. เขียนให้คนต่างชาติอ่าน และเป็นความเห็นส่วนตัว)
เบื้องหลัง ส่วนที่ข้ามไปได้เพราะน่าจะเก่าเกิน แต่ถ้าอยากอ่านก็อ่าน
- เริ่มมาจากปี พ.ศ. 2475 คณะราษฎร ที่ประกอบไปด้วยทหารและฝ่ายพลเรือนขณะนั้นที่อยากได้การปกครองแบบประชาธิปไตย ได้เข้ายึดอำนาจจากรัชกาลที่ ๗ ทำให้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สิ้นสุด กษัตริย์ถูกลดบทบาทให้เป็นเพียงประมุขแห่งรัฐแต่ไม่ได้เป็นผู้ที่ปกครองประเทศ เหตุการณ์นี้เองที่เรียนว่าการปฏิวัติสยาม (สยามเป็นชื่อของประเทศไทยในสมัยนั้น) และเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยของไทย
- เรื่องที่ว่าในสมัยนั้นคนไทยพร้อมหรือยังสำหรับประชาธิปไตยยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ บ้างก็ว่าตอนนั้นคนไทยยังไม่พร้อม เพราะความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางประชาธิปไตยของประชาชนทั่วไปสมัยนั้นก็น้อยมาก และการปฏิวัติครั้งนั้นก็เป็นสิ่งที่กลุ่มชนชั้นนำเป็นคนเริ่มต้น ไม่ใช่ประชาชนเป็นคนที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลง
- หลังจากปฏิวัติสยามเมื่อปี พ.ศ. 2475 ก็มีการเลือกตั้ง แต่ก็มีการรัฐประหารครั้งแรกทันทีตอนปี พ.ศ. 2476 เนื่องจากความไม่ลงรอยกันเองของบุคคลในคณะราษฎร พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ขึ้นมาเป็นนายก
- ปี พ.ศ. 2480 เลือกตั้งอีกรอบ ละก็ดูเหมือนว่าประชาธิปไตยของสยามจะค่อนข้างโอเค จนกระทั่งเหตุการณ์สวรรคตของ ร.๘ ในปี พ.ศ. 2489 พรรคพวกของจอมพล ป. พิบูลสงครามจึงทำการรัฐประหารปรีดี พนมยงค์ในปี พ.ศ. 2490 และกล่าวหาว่าปรีดี พนมยงค์ ต้องการล้มล้างราชวงศ์และฝักไฝ่คอมมิวนิสต์
- เล่าแบบสั้น ๆ หลังจากนั้นคือ อำนาจของรัฐบาลอยู่ในมือทหารอย่างเบ็ดเสร็จนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 ภายใต้พรรคพวกของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยอำนาจก็เปลี่ยนมือมายังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ในปี พ.ศ. 2500 และก็หลังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เสียชีวิต ก็เปลี่ยนมือมาเป็นจอมพลถนอม กิตติขจรในปี พ.ศ. 2506
- ล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2516 หลังจากที่ประเทศไทยถูกทหารปกครองมายาวนานตลอด 26 ปี กลุ่มนักศึกษาและประชาชนก็เริ่มไม่พอใจและต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งรวมไปถึงข่าวเรื่องการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลทหารด้วย นำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลา และทำให้ทหารปราบปรามประชาชนอย่างหนัก จนรัชกาลที่ ๙ เข้าแทรกแซงและแต่งตังนายกพลเรือนคนใหม่ คือ สัญญา ธรรมศักดิ์ และมีการเลือกตั้งครั้งแรกหลังการปกครองของทหารอันแสนยาวนานอีกครั้งในปี พ.ศ. 2518
- หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ประชาธิปไตยไทยดูเหมือนจะดี แต่ก็ดันเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 (ขอไม่เล่ารายละเอียดเหตุการณ์เพราะซับซ้อนมาก แต่โดยสรุปคือมีเรื่องนักศึกษาบางกลุ่มมีความฝักไฝ่คอมมิวนิสต์ รวมกับทหารคิดว่าพวกนักศึกษาต้องการล้มล้างราชวงศ์ เลยทำให้เกิดความรุนแรงมาก) ทำให้ทหารมีข้ออ้างในการทำรัฐประหาร และอำนาจก็อยู่ในมือทหารอีกครั้ง
- พ.ศ. 2523 พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ คนที่ทำรัฐประหารในปี พ.ศ. 2519 ลาออกด้วยปัญหาประเทศหลายประการ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นมาเป็นนายกแทน ซึ่งเป็นนายกที่ดีมากของประเทศไทยคนหนึ่ง มีการเลือกตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2526 และหลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าประชาธิปไตยจะดี จนกระทั่งทหารมารัฐประหารพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณในปี พ.ศ. 2534 ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลมีปัญหาคอร์รัปชั่น
- ปี พ.ศ. 2535 มีการจัดเลือกตั้งหลังรัฐประหาร แต่หลังเลือกตั้งก็เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมาอีก คือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เนื่องจากพลเอกสุจินดา คราประยูร ที่เป็นหนึ่งในคนทำรัฐประหารปี พ.ศ. 2534 สัญญาว่าจะไม่มาเป็นนายกตอนแรก แต่ก็กลับคำทีหลังเพราะสภาเชิญมาให้เป็นนายก (นายกสามารถเป็นคนนอกสภาได้) ทำให้คนออกมาประท้วงอย่างหนัก
- หลังจากนั้นก็มีการเลือกตั้งใหม่ในปีเดียวกัน ดูเหมือนว่าประชาธิปไตยของไทยจะดีจะไม่มีอะไรหวือหวาหมาเห่าอีกแล้ว จนกระทั่ง…
เข้าเรื่อง การเมืองไทยสมัยใหม่ (หลังปี พ.ศ. 2540)
- หลังจากที่ประชาธิปไตยไทยกระท่อนกระแท่นมาอย่างยาวนาน (มาก) แนวคิดเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่จึงเกิดขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญในปี พ.ศ. 2534 เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากทหาร
- รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 แก้หลายเรื่อง และเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนโดยแท้ เพราะฟังเสียงจากประชาชนเยอะมากตอนที่จะร่างขึ้นมา
- ปี พ.ศ. 2540 ยังเป็นอีกปีที่ประเทศไทยประสบวิกฤติเศษรฐกิจต้มยำกุ้ง (1997 Asian financial crisis) จนพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกในตอนนั้นต้องลาออก แล้วสภาก็เชิญชวน หลีกภัย ขึ้นมาเป็นนายกแทน
- ปี พ.ศ. 2544 ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาเป็นนายก นับว่าเป็นนายกที่ดีมากคนหนึ่ง (เป็นผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค, โครงการ OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์, ชำระหนี้ที่กู้จาก IMF ได้ทั้งหมดหลังเหตุการณ์วิกฤติเศษรฐกิจต้มยำกุ้ง ฯลฯ) แต่ก็มีข่าวฉาวเรื่องคอร์รัปชั่นไม่เบา
- ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกพลเรือนคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่อยู่จนครบวาระ 4 ปี
- ปี พ.ศ. 2548 เลือกตั้งทั่วไป พรรคของทักษิณ ชินวัตร ได้รับเสียง สส. อย่างถล่มทลาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีการชุมนุมของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “คนเสื้อเหลือง” (ซึ่งตอนที่ชุมนุมประท้วงก็ใส่เสื้อเหลืองจริง ๆ) หรือมีชื่อเต็ม ๆ ว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (ปกติเรียกย่อ ๆ ว่ากลุ่มพันธมิตร) ออกมาต่อต้านทักษิณ ชินวัตร เพราะมีเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่น และก็มีการกล่าวหาว่าทักษิณต้องการล้มล้างระบอบกษัตริย์
- ปี พ.ศ. 2549 พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ตัดสินใจรัฐประหารทักษิณ ชินวัตร (หลังจากนั้นทักษิณก็ไม่ได้กลับประเทศไทยอีกเลยจนถึงปี พ.ศ. 2568)
- หลังจากนั้นทหารก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีก คือรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 ซึ่งในระหว่างนั้นก็เกิดการประท้วงของกลุ่มคนที่สนับสนุนทักษิณและต่อต้านทหาร ก็คือกลุ่ม “คนเสื้อแดง” (ซึ่งตอนที่ชุมนุมประท้วงก็ใส่เสื้อแดงจริง ๆ) หรือมีชื่อเต็ม ๆ ว่า แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (ปกติเรียกย่อ ๆ ว่า นปช.)
- สรุปก็คือ
- คนเสื้อเหลือง – สนับสนุนทหารหรือกลุ่มอำนาจเก่า เกลียดพรรคพวกของทักษิณ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนในเมือง กลุ่มปัญญาชน คนภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย
- คนเสื้อแดง – ชอบทักษิณ เกลียดทหาร ส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างจังหวัด ภาคอีสานและภาคเหนือจะเป็นคนเสื้อแดงเยอะ
- หลังจากนั้น (ก็ดูเหมือนว่า) กลุ่มอำนาจทางทหารและปัญญาชนบางกลุ่ม จะไม่อยากให้กลุ่มอำนาจของทักษิณกลับมามีบทบาทในการเมืองไทยอีก และองค์กรอิสระที่นักวิชาการหลายท่านให้ความเห็นตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน ว่า เป็นองค์กรที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยเกิดความฉิบหายมากที่สุดองค์กรหนึ่ง และเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจเก่าที่ต้องการใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองส่วนตน คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอำนาจในการถอดถอนนายกได้ ผ่านการตัดสินของศาล
- ปี พ.ศ. 2551 สมัคร สุนทรเวช ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่ก็ถูกประท้วงจากคนเสื้อเหลือง เพราะเป็นคนที่มีผลประโยชน์กับทักษิณ และสุดท้ายก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญทำให้พ้นจากการเป็นนายกในปีเดียวกัน เพราะไปทำรายการทำอาหาร (นายกไม่สามารถเป็นพนักงานเอกชนได้)
- หลังจากนั้น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ถูกสภาเลือกให้เป็นนายก แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตั้งพรรคมาเป็นนอมินีของพรรคเก่าทักษิณที่ถูกยุบไป ทำให้ไม่สามารถเป็นนายกได้เป็นเวลาห้าปี
- หลังจากนั้นสภาก็เลือกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะขึ้นมาเป็นนายก ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจ เพราะการเลือกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะขึ้นมาเป็นนายกไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง รวมถึงว่านายกสองคนที่ผ่านมาที่ก็เป็นพวกของทักษิณ ถูกศาลรัฐธรรมนูญทำให้พ้นจากการเป็นนายกอย่างไม่ชอบธรรม นำไปสู่การชุมนุมของคนเสื้อแดงสองครั้งใหญ่ ๆ ในปี พ.ศ. 2552 และในปี พ.ศ. 2553 ที่มีการนองเลือดอย่างมาก
- ปี พ.ศ. 2554 สุดท้ายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ตัดสินใจยุบสภาเพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพรรคที่ชนะในตอนนั้นคือพรรคเพื่อไทย (ก็คือพรรคของทักษิณนั่นแหละ) โดยมีนายกหญิงคนแรกของไทยขึ้นมา คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นน้องสาวของทักษิณ
- ผ่านเวลาล่วงเลยไป ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสงบ แต่ความผิดพลาดของนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลที่ไม่มีเงินไปจ่ายชาวนา รวมไปถึงความพยายามในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อ “พาทักษิณกลับบ้าน” ทำให้เกิดการประท้วงขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2556 โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “กปปส.” (หรือ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งชื่อยาวเกิน มีชื่อที่สั้นกว่านี้คือ ม็อบนกหวีด เพราะใช้นกหวีดประท้วง) แน่นอนว่าส่วนใหญ่ กปปส. ก็มาจากกลุ่มเสื้อเหลืองเก่านั่นเอง
- ความวุ่นวายทุกอย่างทำให้สุดท้ายยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินใจลาออกและยุบสภาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 ทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2557 แต่กลุ่ม กปปส. ก็เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรจัด เพราะสุดท้ายพรรคเพื่อไทยของทักษิณก็ทำการซื้อเสียงทำให้ตัวเองชนะอยู่ดี ทำให้ กปปส. ไปขัดขวางหน่วยเลือกตั้งหลายที่จนการเลือกตั้งไม่สามารถจัดได้ในวันเดียว และทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะจัดภายในวันเดียวไม่สำเร็จ
- ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรลาออกไปแล้ว แต่เลือกตั้งใหม่ พวก กปปส. ก็ไม่ยอม ละก็มีการปิดกรุงเทพยาวตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2556 จนถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2557 การชุมนุมดูมีความรุนแรงขึ้น จึงเป็นข้ออ้างในการรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557 ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลของทหารในตอนนั้นมีชื่อว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาตัดสินใจมาเป็นนายกเอง และเป็นถึงสี่ปี และเป็นความพยายามอีกครั้งที่ทหารพยายามรวบอำนาจมาไว้ที่กลุ่มอำนาจเก่า จึงมีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ในปี พ.ศ. 2560
- ปี พ.ศ. 2562 มีการเลือก ส.ว. ชุดแรก ซึ่ง คสช. แต่งตั้งทั้งหมด และมีบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ว่า สว. ชุดแรกนี้สามารถเลือกนายกได้ และต้องคิดคะแนน ส.ว. ในการเลือกนายกด้วย โดย ส.ว. ชุดนี้จะหมดวาระในปี พ.ศ. 2567 รวมถึงสิทธิที่ ส.ว. จะสามารถเลือกนายกก็จะหมดในปีนั้นด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญนี้มีไว้เพื่อรักษาอำนาจทางอ้อมของรัฐบาล คสช. จนถึงปี พ.ศ. 2567
- เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะมี ส.ส. ที่เลือกตั้งจากประชาชนทั้งหมด 500 คน และมี ส.ว. ชุดแรกที่มาจาก คสช. รวม 250 คน เพราะฉะนั้นถ้าอยากเป็นนายกต้องได้เสียงรวมทั้งหมด 376 เสียงขึ้นไป
- ปี พ.ศ. 2561 พรรคอนาคตใหม่ พรรคสีส้ม พรรคขวัญใจคน Gen Z ได้ถือกำเนิดขึ้น
- ปี พ.ศ. 2562 จัดการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยของทักษิณได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะเสียง ส.ว. ไม่สนับสนุน ทำให้พรรคอันดับสองของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (ที่กลับมาลงเลือกตั้งอีกรอบหนึ่ง) สามารถรวมเสียงพรรคเล็ก ๆ อื่น ๆ และได้เป็นนายกสมัยที่สอง
- ปี พ.ศ. 2563 พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ (อีกแล้ว) ตัดสินว่าการที่หัวหน้าพรรคทำการให้กู้เงินกับพรรคของตัวเองเป็นความผิด หลังจากนั้นพรรคก้าวไกลก็เป็นพรรคที่สืบทอดมาจากพรรคประชาชนอีกทีหนึ่ง (พรรคสีส้ม กลุ่มคนกลุ่มเดิม แต่เปลี่ยนแค่โลโก้ที่ก็เป็นสามเหลี่ยมเหมือนเดิม)
- ปี พ.ศ. 2566 จัดการเลือกตั้งอีกรอบ หลังจากที่คนเบื่อประยุทธ์ จันทร์โอชาเต็มที เพราะอยู่มาแล้ว 8 ปี
- เลือกตั้งครั้งนี้ พรรคก้าวไกลของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ได้เสียงอันดับหนึ่ง แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะเสียง ส.ว. ไม่สนับสนุน (อีกแล้ว) เพราะมีเรื่องแก้มาตรา 112 ซึ่งว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ทำให้พรรคอันดับสองคือพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ และเศรษฐา ทวีสิน ก็ได้มาเป็นนายก
- เนื่องจากในที่สุดประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากระบอบอำนาจทหารสิ้นสุดการเป็นนายกสักที สิ่งที่ประชาชนไทยบางกลุ่มในตอนนั้นต้องการมาก ๆ คือการแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มาจากทหาร
- ปี พ.ศ. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เศรษฐา ทวีสิน พ้นจากนายก เพราะมีการแต่งตังรัฐมนตรีที่มีคดีติดตัว สภาเลือกนายกใหม่ แพทองทาร ชินวัตร ลูกสาวทักษิณ ขึ้นเป็นนายก
- ปีเดียวกัน พรรคก้าวไกล ถูกยุบ เพราะหาเสียงแก้ไขมาตรา 112 เลยตั้งพรรคใหม่คือ พรรคประชาชน (พรรคสีส้ม กลุ่มคนกลุ่มเดิม แต่เปลี่ยนแค่โลโก้ที่ก็เป็นสามเหลี่ยมเหมือนเดิม อีกแล้ว)
- ปีเดียวกัน ส.ว. ชุดที่มาจากคณะทหาร คสช. สิ้นสุดอำนาจลง จึงมีการเลือก ส.ว. ชุดใหม่ ซึ่งมาจากการเลือกกันเองของประชาชนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในกลุ่มต่าง ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดไว้
- ปี พ.ศ. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้แพทองทาร ชินวัตร พ้นจากนายก จากกรณีคลิปเสียงที่คุยกับฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา หลุด
- สภาเลือกนายกใหม่ คราวนี้ปัญหาเกิด เพราะพรรคเพื่อไทยมีเสียง ส.ส. ในมือเป็นอันดับสอง พรรคภูมิใจไทยมีเสียง ส.ส. ในมือเป็นอันดับสาม แต่พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยแตกคอกัน พรรคประชาชนที่มีเสียง ส.ส. เป็นอันดับหนึ่งก็เลือกคนของตัวเองมาเป็นนายกไม่ได้อีก เพราะพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ถูกตัดสิทธิ์จากการเมืองจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก้าวไกลตอนปี พ.ศ. 2567 ทำให้พรรคประชาชนต้องเลือกระหว่างพรรคเพื่อไทย (ที่หักหลังตอนเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566) หรือพรรคภูมิใจไทย (ที่หลาย ๆ คนก็ไม่ค่อยชอบอนุทิน ชาญวีรกุล ที่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมถึงยังมีคดีที่พรรคภูมิใจไทยวางแผนแยบยลซึ่งทำให้พรรคพวกของตัวเองได้เป็น ส.ว. จำนวนมาก) แต่สุดท้ายมติพรรคก็ตัดสินใจเลือกอนุทิน ชาญวีรกุลเป็นนายก พร้อมกับบังคับว่าต้องมีการยุบสภาภายในสี่เดือนเพื่อเปิดทางการเลือกตั้งใหม่
- มีคนบางส่วนด่าพรรคส้มกันเยอะ (รวมถึงกูด้วย) ว่าพรรคประชาชนทำไมไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย จะได้มีโอกาสได้แสดงฝีมือการบริหารประเทศบ้าง ถึงแม้ว่าแนวทางของพรรคประชาชนจะไม่ได้ลงรอยกับพรรคภูมิใจไทยมากก็ตาม
- สุดท้ายพรรคภูมิใจไทยทำตามสัญญา ยุบสภาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2569 โดยที่การเลือกตั้งคราวนี้ เสียงประชาชนเท่านั้นที่จะเลือกนายกได้ เพราะ ส.ว. หมดอำนาจแทรกแซงการเลือกนายกนั้นไปแล้ว ซึ่งปรากฎว่าคราวนี้ พรรคภูมิใจไทยได้เสียงถล่มทลาย ในขณะที่พรรคประชาชนได้เสียงเป็นอันดับสอง
- การเลือกตั้งใหม่นี้มีการทำประชามติพ่วงด้วยว่า ประชาชนต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560 หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือ ใช่
- มีคนวิเคราะห์ว่าที่พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเยอะขนาดนี้เพราะ (1) เป็นพรรคขวาจัด และพอดีกับมีสงครามไทย-กัมพูชา ทำให้ช่วงสี่เดือนที่ได้บริหารประเทศนั้น พรรคภูมิใจไทยเป็นคนที่กล้ารบกับกัมพูชามาโดยตลอด ซึ่งขัดกับพรรคประชาชนที่อยากให้เจรจา และไม่ควรรบกัน ซึ่งคนไทยหลายส่วนไม่เห็นด้วย และ (2) มาตรการแจกเงินของพรรคภูมิใจไทยที่ได้ผลมากในช่วงเป็นรัฐบาลสี่เดือนนั้น (เรียกว่าโครงการคนละครึ่ง เพราะเวลาคนซื้อของจากร้านที่ร่วมโครงการ คือรัฐจ่ายครึ่งหนึ่ง ประชาชนจ่ายอีกครึ่ง) (3) มีการกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยทำการซื้อเสียง ซึ่งอันนี้คนเขียนไม่รู้ ไม่ทราบ
- ปัจจุบันกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560 ที่มาจากรัฐบาลทหาร ก็ยังคงดำเนินการต่อไป
สรุปทุกอย่าง
- ปัญหาของประชาธิปไตยของไทย ในทัศนะส่วนตัว เกิดจาก
- (1) ต่างฝ่ายต่างต้องการที่จะได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้โดยไม่สนวิธีการ ฝั่งของประชาชนอยากประท้วงก็ออกมาประท้วงสร้างความวุ่นวาย ฝั่งทหารที่อยากแก้ปัญหาก็ถือว่าตัวเองสามารถรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลได้ ฝั่งรัฐบาลที่ได้เสียงมากในตอนนั้นก็พยายามเขียนกฎหมายที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนฝ่ายค้าน หรือกลุ่มอำนาจเก่าก็มีศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคหรือถอดถอนนายกตอนไหนก็ได้ โดยทุกฝ่ายไม่ทนรอกระบวนการทางประชาธิปไตยที่มีอยู่แล้ว คือการเลือกตั้ง
- (2) กลุ่มอำนาจเก่าที่วางกติกาทางประชาธิปไตยเป็นทางตันไปหมด ทั้งการกำหนดให้ ส.ว. ที่กลุ่มทหารเลือกขึ้นมา สามารถเลือกนายกได้จนถึงปี พ.ศ. 2567 และก็ยังมีศาลรัฐธรรมนูญที่สามารถถอดถอนนายกได้ตลอด ๆ
- หลังจากนี้ ก็หวังว่า
- (1) จะไม่มีการรัฐประหารล้มรัฐบาลโดยทหารอีก
- (2) ถ้าประชาชนไม่พอใจอะไรรัฐบาล ก็รอให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่
- (3) ฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมากไม่ทำอะไรอุจาดแก่ฝ่ายค้านมากจนเกินไป
- (4) ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่โดยเคารพเสียงของประชาชนนิดนึง คือประชาชนอุตส่าห์เลือกนายกผ่านการเลือก ส.ส. ด้วยคะแนนเสียงเป็นล้าน แต่นายกคนนั้นกลับสามารถถูกถอดถอนได้ด้วยศาลรัฐธรรมนูญที่มีแค่ 9 คนช่วยกันตัดสิน …